วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

จับตาเอเอ็มดี กับทิศทางโพรเซสเซอร์ปี 53

กับภาพรวมปี 2552 ที่ผ่านมา เพื่อมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ด้วยแพลตฟอร์มประมวลผล-กราฟฟิกวีดิโอ สำหรับโน้ตบุ๊คบางเบา-กินไฟน้อย...

หลังจากที่ครั้งที่แล้วได้นำเสนอภาพรวมและทิศทางของโพรเซสเซอร์ จากค่ายอินเทลไป ครั้งนี้จะมาที่ค่ายคู่แข่งอย่างเอเอ็มดี ที่นำเสนอทางเลือกที่คุ้มค่าให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล สมรรถนะที่แรงได้ใจ ผนวกกับความแข็งแกร่งในด้านงานกราฟฟิก เพราะเอเอ็มดี มีกราฟฟิกการ์ด อย่างเอทีไอ เป็นของตัวเอง ทำให้หลังจากปีที่ผ่านมา เอเอ็มดีเสนอเทคโนโลยีความบันเทิงผ่านอุปกรณ์ไอที ได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้ใคร    



นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์


นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอเอ็มดี ฟาร์อีสต์ (สาขาประเทศไทย) จำกัด อธิบายย้อนถึงความสำเร็จในปี 2552 ว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจำนวนมากมาย รวมทั้ง เอเอ็มดี ล้วนแต่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก นอกจากนั้นแล้วเอเอ็มดีก็ตื่นเต้นที่ปีนี้เป็นปีที่ดี และก้าวหน้าปีหนึ่ง ในปี 2552 เอเอ็มดีได้นำเสนอแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอเป็นไปตามที่บริษัทได้กำหนดไว้ โดยนำเสนอสู่ตลาดได้ก่อนระยะเวลาที่กำหนดไว้ และบริษัทได้เน้นการนำเสนอแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้อย่างลงตัว กับประสิทธิภาพของการประมวลผลและกราฟฟิกที่ดีกว่า 



ผจก.ประจำประเทศไทย บ.เอเอ็มดีฯ อธิบายต่อว่า ปี 2552 เอเอ็มดียังเน้น การขยายความร่วมมือกับพันธมิตรและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับลูกค้า พร้อมความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ OEM ต่างๆ ของเอเอ็มดี โดยรับฟังความต้องการจากลูกค้าและผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค อันประกอบด้วย AMD-Server Platform กับโพรเซสเซอร์ AMD Opteron แบบ 6 คอร์ หรือ ซีพียูที่มี 6 แกนประมวลผลในชิปตัวเดียว AMD แพลตฟอร์มสำหรับอัลตร้าธินโน้ตบุ๊ค หรือโน้ตบุ๊คแบบบางเบาเป็นพิเศษ AMD Vision Technology กราฟฟิกการ์ด ATI Radeon 5800 ซีรีส์และ แพลตฟอร์มดรากอน (Dragon) เทคโนโลยี ที่มีโพรเซสเซอร์ AMD Phenom II เป็นขุมพลังหลัก เป็นต้น



นายจักรกฤช อธิบายอีกว่า สำหรับประเทศไทย ในปี 2552 เอเอ็มดีมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งใน กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แต่อัตราการเติบโตของธุรกิจยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเอเอ็มดียึดความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการ จากการเปิดตัว VISION เทคโนโลยีในปีนี้ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของตลาดพีซี 

ผจก.ประจำประเทศไทย อธิบายเสริมว่า ขณะที่การสื่อสารเรื่องเทคโนโลยีในบทบาทใหม่ที่ชัดเจนขึ้น ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกคอมพิวเตอร์ได้ตรงกับความต้องการกับการใช้งาน โดยในปี 2553 เอเอ็มดียังมองว่าการแข่งขันในตลาดโพรเซสเซอร์ยังคงเข้มข้น โดยเอเอ็มดีจะเน้นการแข่งขันกับตัวเองเป็นหลัก พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุม โดยเอเอ็มดีเป็นเพียงบริษัทเดียวในตลาด ที่มีผลิตภัณฑ์ครบทั้งโพรเซสเซอร์และกราฟฟิกการ์ด

หลังจากที่นายเดิร์ค เมเยอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอเอ็มดี ได้สรุปข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับอนาคตเอเอ็มดีกับสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์เมื่อเร็วๆ นี้ถึงสิ่งที่ AMD มีอยู่ในมือพร้อมพูดคุยถึงแนวโน้มทางธุรกิจของเอเอ็มดีภาพรวม ข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางด้านเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ในอนาคตและการวางแผนเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม และนวัตกรรมมากมายที่กำลังเข้ามาในปี 2553-2554 โดยผู้เข้าร่วมได้รับข้อมูลที่นี่เป็นที่แรกเกี่ยวกับ โครงร่างโรดแมปส์ ของแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีต่างๆ จากเอเอ็มดี ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดกับลูกค้าในทุกๆ สถานการณ์การใช้งาน ที่ทำงาน ที่บ้าน และการเล่นเกม 

กก.ผจก.ใหญ่ บ.เอเอ็มดี อธิบายว่า ความสำคัญและมัลติมีเดียที่แพร่หลายเพิ่มขึ้น ช่วยให้แนวโน้มการทำตลาดกราฟฟิกของเอเอ็มดีมีความโดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบและตรงกับความต้องการด้านกราฟฟิกและวิดีโอที่สวยงาม สำหรับไฮไลท์ที่โดดเด่นที่สูด คือ การเปิดตัวของ “Fusion” และ "หน่วยประมวลผลแบบอัตราเร่งตัวแรกของโลก” (หรือ Accelerated Processing Unit: APU) ภายใต้ชื่อรหัส "Llano" ในปี 2011 ที่จะสร้างความแตกต่างให้กับคอมพิวเตอร์ในยุคใหม่  



นายเมเยอร์ อธิบายอีกว่า หลังจากที่เอเอ็มดีเคยประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้า ในเรื่องของความถี่ของสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) และการประมวลผลแบบมัลติคอร์ (Multi Core) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่หลากหลาย อีกทั้ง เอเอ็มดียังวางแผนที่จะเปิดตัว 2 แพลตฟอร์มแบบ core-based โดยเน้นด้านขุมพลังการทำงาน ประสิทธิภาพ และขนาดออกสู่ตลาดเป็นรายแรก อีกด้วย ในชื่อ บ็อบแคท "Bobcat" คือ โพรเซสเซอร์ x86 แบบประหยัดพลังงานของเอเอ็มดี เหมาะกับการประมวลผลบนอัลตร้าธินโน้ตบุ๊คและเน็ตบุ๊ค จากปัจจัยต่างๆ และการออกแบบให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม มีความยืดหยุ่นสูงและเป็นแบบซิงเกิลเธรด

กก.ผจก.ใหญ่ บ.เอเอ็มดี อธิบายเพิ่มเติมว่า ส่วน บูลโดเซอร์ “Bulldozer” คือ โพรเซสเซอร์ที่สมบูรณ์แบบของเอเอ็มดี ด้วยสถาปัตยกรรมประสิทธิภาพสูงสำหรับเมนสตรีมเซิร์ฟเวอร์ เมนสตรีมเดสก์ท็อป และตลาดโน้ตบุ๊คพีซี ที่ต้องการประสิทธิภาพการใช้งานแบบมัลติเทรด หรือ การทำงานหลายๆ แอพลิเคชันในเวลาเดียวกัน ผ่านการคำนวณประสิทธิภาพสูง โดย “Bulldozer” ถูกออกแบบมาอย่างพิเศษ เพื่อให้เชื่อมต่อกับ GPU ในระดับสูง เป็นแบบซิงเกิล ชิป Accelerated Processing Unit (APU)

สำหรับแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีโรดแมปส์ของเอเอ็มดีที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2553 และ 2554 (เป็นชื่อรหัส) เทคโนโลยีที่กำลังมาใหม่สำหรับกราฟฟิกการ์ดรุ่นต่อไป ขณะที่ AMD รักษาน้ำหนักในการนำเสนอความสามารถที่หลากหลาย ของเทคโนโลยี DirectX 11 จากประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมของ ATI Radeon HD 5000 ประมาณครึ่งปีหลังในปี 2552 และครึ่งปีแรกในปี 2010 รวมทั้งกราฟฟิกการ์ด โค้ดเนม ซีดาร์ “Cedar” แฮมล็อค “Hemlock” และ เรดวูด “Redwood” เอเอ็มดีจะแนะนำความสามารถด้านไดเร็คเอ็กซ์ 11 (DirectX 11) ของกราฟฟิกการ์ด ATI Mobility Radeon ในตระกูล HD 5000 ในปี 2553 ที่นำเสนอภาพกราฟฟิก และวิดีโอแบบ HD ที่สวยงามใน แพลตฟอร์ม โน้ตบุ๊ค เอเอ็มดี ใหม่



แพลตฟอร์มสำหรับโน้ตบุ๊ค ประกอบด้วย ดานูบ “Danube” คือ แพลตฟอร์มใหม่ของเอเอ็มดี สำหรับโน้ตบุ๊คเมนสตรีม โดยมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ โค้ดเนม แชมแพลน"Champlain" เอเอ็มดี ควอดคอร์ โพรเซสเซอร์ ตัวแรกที่มีความพิเศษสำหรับตลาดโน้ตบุ๊ค ประกอบด้วย 2M cache และสนับสนุนหน่วยความจำแบบ DDR3 ขณะที่ ซาบายน์ “Sabine” คือ แพลตฟอร์มใหม่สำหรับโน้ตบุ๊คเมนสตรีมของเอเอ็มดีที่จะนำเสนอในปี 2011 และจะเป็นแพลตฟอร์มแรกสำหรับโน้ตบุ๊ค ที่ใช้งานร่วมกับ เอเอ็มดี ควอดคอร์ โพรเซสเซอร์ โค้ดเนม ลีอาโน "Llano" Accelerated Processing Unit (APU)

เช่นเดียวกับแพลตฟอร์ม ไนล์ “Nile” คือ แพลตฟอร์มเอเอ็มดี อัลตร้าธิน สำหรับโน้ตบุ๊คในรุ่นใหม่ โดยกำหนดการเปิดตัวประมาณครึ่งปีแรกของปี 2010 พร้อมกับโพรเซสเซอร์ แบบดูอัลคอร์ โค้ดเนม เจนีวา “Geneva” ที่ใช้เทคโนโลยีหน่วยความจำแบบ DDR3 และมีการออกแบบมาเพื่อสำหรับการใช้แบตเตอรี่ที่ยาวนานมากกว่า 7 ชั่วโมง ในเงื่อนไขการใช้งานแบบปกติ นอกจากนี้ยังมี บราซอส "Brazos" คือ แพลตฟอร์มเอเอ็มดี อัลตร้าธินสำหรับโน้ตบุ๊คและเน็ตบุ๊ค ในปี 2554 โดยมีโพรเซสเซอร์ ออตาริโอ "Ontario" เป็น APU บนพื้นฐานของแพลตฟอร์ม บ็อบแคท “Bobcat” 

ในด้านแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเดสก์ท็อป จะมี แพลตฟอร์มลีโอ "Leo" สำหรับเครื่องเดสก์ท็อปพีซีรุ่นถัดไปของเอเอ็มดี มีกำหนดการเปิดตัวช่วงครึ่งปีแรกของปี 2010 แพลตฟอร์ม "Leo" มีคุณลักษณะเด่น คือ ใช้โพรเซสเซอร์ 6 คอร์เป็นรายแรกในอุตสาหกรรม ในชื่อรหัส ธูร์บัน “Thuban” สำหรับการทำงานแบบมัลติทาร์กกิ้ง และรองรับเทคโนโลยี DirectX 11 เพื่อการเพิ่มประสบการณ์รับชมภาพในการเล่นเกม ขณะที่ โดราโด "Dorado" คือ แพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเดสก์ท็อปเมนสตรีมรุ่นถัดไปของเอเอ็มดี ที่มาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ Athlon II, รองรับเทคโนโลยี DirectX 11 และ Stream Application Acceleration

สำหรับกลุ่มมัลติคอร์ จะมีแพลตฟอร์มลิงซ์  “Lynx” และสคอพิอัส "Scorpius" คือ แพลตฟอร์ม เอเอ็มดี เดสก์ท็อป ในปี 2011 โดยแพลตฟอร์ม “Lynx” คือ แพลตฟอร์ม เดสก์ท็อปตัวแรกที่ใช้โพรเซสเซอร์ ควอดคอร์ "Llano" APU เป็นตัวขับเคลื่อน และแพลตฟอร์ม "Scorpius" คือ แพลตฟอร์ม เอเอ็มดี เดสก์ท็อป ที่ทำงานร่วมกับ “Zambezi” ที่ถือเป็นโพรเซสเซอร์ 8 คอร์ รุ่นแรก สำหรับผู้ใช้เดสก์ท็อปบนพื้นฐานของ  “Bulldozer”

สำหรับทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์มการประมวลผลสำหรับเซิร์ฟเวอร์ มาราเนลโล "Maranello" เป็นแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ของเอเอ็มดี รุ่นถัดไป ที่จะเปิดตัวช่วงครึ่งปีแรกของปี 2010 "Maranello" คือ แพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ แบบ DDR3-based ที่คาดว่าจะสามารถรองรับ socket พื้นฐานรุ่นใหม่อย่าง Socket G34 ในการสนับสนุนการมาของ โพรเซสเซอร์ 8 คอร์ หรือ 12 คอร์ ชื่อรหัสว่า แมกนีย์-คอร์รัส "Magny-Cours" ส่วน ซานมาริโน "San Marino" คือ แพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ของเอเอ็มดี รุ่นใหม่ที่เหมาะสำหรับการใช้งานขนาดใหญ่ที่ต้องการประสิทธิภาพและการทำงานที่ยืดหยุ่น เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง รวมถึงผู้ออกแบบเว็บไซต์ โปรแกรมโครงสร้างพื้นฐานและคลาวด์คอมพิวติ้ง

จะเห็นได้ว่าในกลุ่มตลาดโน้ตบุ๊คกลุ่มคอนซูมเมอร์ เอเอ็มดี ก็ไม่ได้ประมาทค่ายคู่แข่ง ยังคงมีหมัดเด็ดออกมาสวนเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประหยัดพลังงาน กลุ่มเน้นประสิทธภาพการประมวลผลหลายเกม แพลตฟอร์มประมวลผลและกราฟฟิกการ์ด ที่ออกมารองรับหน่วยความจำ RAM แบบ DDR3 อีกทั้งคุณสมบัติกินไฟต่ำก็ทำให้ผู้ใช้โน้ตบุ๊คทำงานปกติได้กว่า 7 ชั่วโมง สำหรับผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คแบบเบาบางเป็นพิเศษ และเน็ตบุ๊ค รวมถึงเดสก์ท็อป ที่จะมีสมรรถนะด้านกราฟฟิก และการประมวลผลแบบมัลติทาส์กที่สูงมากขึ้น

ขณะเดียวกันกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ก็ได้มีการพัฒนาซีพียูแบบมัลติคอร์ ไม่ว่าจะเป็น 8 คอร์ หรือ 16 คอร์ ที่รองรับแอพลิเคชัน 64 บิต และทำงานได้แบบมัลติทาส์กกิ้ง ไม่ได้แตกต่างไปจากค่ายคู่แข่งนำเสนอสู่ตลาดเท่าใด จากนี้ไปคงต้องจับตาการขับเคี่ยวกันของ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ด้านโพรเซสเซอร์ ว่าจะนำเสนอเทคโนโลยีที่จะมากระตุ้นตลาด หรือ สร้างกระแสใหม่ๆ อีห หรือไม่ และใครจะให้ทางเลือกที่ดีที่สุด และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายมากกว่ากัน... 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น